ตรวจสอบข่าว

1 คนสงสัย
หน้ามืดหลังตื่นนอนบ่อย เป็นสัญญาณหัวใจอ่อนแอ
ไม่ระบุชื่อ
 •  3 ปีที่แล้ว
meter: false
1 ความเห็น

สุขภาพ

Thanathun. เลือกให้ข้อความนี้❌ มีเนื้อหาที่หลอกลวง

เหตุผล

หน้ามืดเป็นภาวะที่ความดันโลหิตในร่างกายลดต่ำลงอย่างฉับพลันจากการเปลี่ยนท่าทางกะทันหัน พบขณะลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วจากท่านั่งหรือนอน เนื่องจา

ที่มา

https://www.antifakenewscenter.com/ผลิตภ⋯ืดหลังตื่นนอนบ่อย-เป็นสัญญาณหัวใจอ่อนแอ/

เพิ่มความเห็นใหม่

กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 1 คนสงสัย
    ข่าวจริงหรือปลอม ! แต่ระมัดระวังไว้ก็ดี (สวมหน้ากากอนามัย!) (fire) โควิด-19 กลับมาแล้ว! คราวนี้อาจไม่ทำให้ มีไข้ แต่ระวัง อาการ 5 ข้อต่อไปนี้ จำอาการไข้และไอที่ระบาดเมื่อสามปีก่อนตอนที่โควิด-19 ปรากฏตัวครั้งแรกได้ไหม? คราวนี้ไวรัสมีรูปแบบใหม่ คุณสามารถติดเชื้อได้โดยไม่มีไข้ ข้อมูลผู้ป่วยนอกล่าสุดแสดงให้เห็นว่าหลายคนมีอุณหภูมิร่างกายปกติหลังจากติดเชื้อ แต่สภาพของพวกเขากลับแย่ลงอย่างกะทันหัน อาการ 5 ข้อต่อไปนี้ ที่ดูเหมือนไม่สำคัญ อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าไวรัสกำลังจะมาถึง: (fire)สิ่งแรก ที่ต้องระวังคืออาการเวียนศีรษะอย่างต่อเนื่อง ตื่นนอนตอนเช้าแล้วรู้สึกเวียนศีรษะ หรือรู้สึกหน้ามืดขณะทำงาน—อาการเวียนศีรษะนี้แตกต่างจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ มันเป็นสัญญาณว่าไวรัสกำลังโจมตีระบบประสาท เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ป่วยจำนวนมากตรวจพบเชื้อเนื่องจากอาการเวียนศีรษะ ทำให้การรักษาที่เหมาะสมล่าช้า (fire)อาการที่สอง คืออาการที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร ท้องเสียฉับพลัน เบื่ออาหาร คลื่นไส้ และอาเจียน— อย่ารีบด่วนโทษว่าเป็นเพราะอาหารไม่สะอาด ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กำลังโจมตี เยื่อบุลำไส้ และอาจเริ่มต้นในระบบย่อยอาหารได้เร็วที่สุด หากมีคนรอบข้างติดเชื้อและมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ให้ระมัดระวังทันที (fire)สัญญาณที่สาม คืออาการที่คอ เสียงแหบฉับพลัน รู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในลำคอ แม้จะดื่มน้ำมากแค่ไหนก็ไม่ดีขึ้น อาการคอแห้ง คันคอแบบนี้แตกต่างจากหวัด มันไม่ทำให้เกิดอาการแดง บวม หรือเจ็บ แต่เป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นของไวรัสที่เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ (fire)อาการที่สี่ คืออาการปวดเมื่อยตามร่างกาย แม้ไม่ได้ออกกำลังกาย คุณก็อาจรู้สึกปวดหลัง ปวดแขนและขา ราวกับถูกทำร้าย อาการปวดเมื่อยเหล่านี้คือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกำลังต่อสู้กับไวรัส อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นความเหนื่อยล้าธรรมดา (fire)ลักษณะที่ห้า เป็นสิ่งที่มองข้าม ได้ง่ายที่สุด คุณอาจไม่รับรสอาหาร ไม่ได้กลิ่นอะไรเลย แม้แต่กาแฟก็ไม่มีรสขม ถึงแม้ว่าการสูญเสียรสชาติอย่างสมบูรณ์จะพบได้น้อยลงในตอนนี้ แต่ถ้าอาหารมีรสชาติจืดชืด โปรดระวัง ทำไมฤดูกาลนี้ จึงอันตรายเป็นพิเศษ? เพราะไวรัสได้เรียนรู้ที่จะซ่อนตัว การไม่มีไข้ทำให้ผู้คนลดความระมัดระวังลง ทำให้พวกเขายังคงไปทำงานและรับประทานอาหารนอกบ้านทั้งๆ ที่มีไวรัสอยู่ และแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นมากขึ้น ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ แม้แต่เพียงอาการเล็กน้อยก็อาจส่งผลกระทบในระยะยาวได้ บางคนรู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียแม้กระทั่งสามเดือนหลังจากหายป่วยแล้ว คุณควรทำอย่างไรในสถานการณ์เหล่านี้? อย่าตื่นตระหนก แต่ก็อย่ารอช้า บันทึกการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของคุณ ทุกวัน และทำสามสิ่งต่อไปนี้พร้อมกัน: 1. ลดการออกไปข้างนอกและการติดต่อกับผู้อื่น 2. ระบายอากาศในบ้านของคุณวันละสามครั้ง 3. กินไข่มากขึ้นและดื่มนมมากขึ้นเพื่อเสริมโปรตีน หากมีอาการทั้งสามอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ให้ไปตรวจหาแอนติเจนทันที การระบาดใหญ่ครั้งนี้สอนเราว่าการต่อสู้กับไวรัสไม่สามารถพึ่งพาเพียงแค่เทอร์โมมิเตอร์ได้ สัญญาณเล็กๆ น้อยๆ ที่ร่างกายเราส่งออกมานั้น มักเป็นสัญญาณเตือนภัยด้านสุขภาพ แชร์สิ่งนี้กับครอบครัวและเพื่อนๆ เพื่อเตือนพวกเขาว่า การตรวจพบและตอบสนองตั้งแต่เนิ่นๆ นั้นสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องสุขภาพของเรา
    ไม่ระบุชื่อ
     •  23 วันที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ผู้สูงอายุต้องมีน้ำ เตรียมไว้ข้างเตียง ให้พอดื่มทั้งคืน ต้องลุกขึ้นมา เข้าห้องน้ำบ่อย ยังดีกว่าตาย จากอาการที่เกิด เพราะเลือดข้น จากร่างกายที่ขาดน้ำ เช่น หัวใจวาย หรือเส้นเลือด ในสมองตีบ เป็นต้น ทำไมผู้สูงอายุต้องการน้ำ มากกว่าคนหนุ่มสาว เพราะคุณภาพ และประสิทธิภาพ การทำงาน ของไตลดลง การดึงน้ำกลับไปหมุนเวียน ในร่างกายน้อยลง ทำให้ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย ร่างกาย จึงขาดน้ำง่ายกว่า จึงต้องคอยเติมน้ำ ให้พอกับน้ำ ที่ขับถ่ายออกไป ********* ทำไมผู้สูงอายุ จึงนอนหลับแล้วไม่ตื่น ในช่วงเวลาใกล้รุ่ง สิ้นใจตาย แบบไม่ต้องทรมาร เหมือนกับสมบัติ เมทะนี และพี่เขยของผม รองผู้การศรศักดิ์ แก้วรักษา ที่ทุกคนยังจำกันได้ ที่ถูกหวยรางวัลที่ 1 ได้เงิน 180 ล้านบาท แล้วได้เสียชีวิตลง เมื่อ 9 ก.ย. 2564 และผู้สูงอายุคนอื่นๆ อีกมากมาย ตัวผมเองก็เกือบเสียชีวิต ในลักษณะนี้ เหมือนกันหลายครั้ง ตอนใกล้ๆรุ่งเช้าตรู่ สาเหตุมาจาก ร่างกายขาดน้ำ คือแต่ละวันๆ เราควรดื่มน้ำเปล่า ให้ได้ปริมาณ ที่เพียงพอ ต่อร่างกาย คือประมาณ 2 ลิตร หรือ 8 - 9 แก้วต่อวัน และก่อนนอน ก็ควรจะดื่มสัก 1 แก้ว เมื่อตกกลางดึก ผู้สูงอายุมักจะลุก ขึ้นมาปัสสาวะ หลายครั้ง ก็ถ่ายออกไปเรื่อยๆ จนน้ำในร่างกาย ขาดน้ำลง ทำให้เลือดเหนียว หนืดข้น ทำให้ไหลเวียนยาก ในการที่เลือด จะเข้าไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้หัวใจ ขาดเลือด จึงบีบตัวแรงๆ ไม่สามารถนำเลือด ส่งต่อไปเลี้ยงร่างกาย เช่นสมอง และอวัยวะ ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย หัวใจจึงต้องบีบตัวหนัก จนเกิดหัวใจวาย และมักจะเป็น ในช่วงเช้าตรู่ แล้วก็ตายไป ปลุกไม่ตื่นนั่นเอง ตัวผมเองก็เกือบๆ ไปหลายครั้ง ในช่วงเช้ามืด หลังจากเมื่อกลางดึก ที่ได้ลุกขึ้นมาฉี่ แล้วก็หลับต่อ พอรู้สึกตัวใกล้สว่าง เช้าตรู่ ผมรู้สึกมีอาการไม่ดี เวียนหัว เหมือนกับถูกจับโยน กลางอากาศ ใจสั่นหวิวๆ รู้สึกแน่นที่หน้าอก จึงได้รีบลุกขึ้น ไปดื่มน้ำแก้วหนึ่ง แล้วล้มตัว ลงนอนต่อ เวลาผ่านไป รู้สึกดีขึ้น หายเหมือนปลิดทิ้ง ผมจึงแน่ใจเลยว่า ต้องเป็นที่ระบบของ ร่างกายขาดน้ำแน่ๆ หลังจากตื่นนอนแล้ว ร่างกายก็ปกติดี ตลอดทั้งวัน นี่คือประสบการณ์จริง ของผมที่เกือยตาย ที่หลายๆคน ไม่เคยรู้มาก่อน ผมว่า สมบัติ เมทานี ก็อาจจะเป็น อย่างผมก็ได้ การศึกษาหาความรู้ จากหมอในยูทูป ก็มีประโยชน์นะครับ อย่าลืมนะครับ เพื่อนๆของผมทุกคน ถ้าตื่นนอนกลางดึก ลุกขึ้นฉี่แล้ว อย่าลืมดื่ม น้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง นี่แหละ จะทำให้เลือด ไม่ข้นเหนียวหนืด ก็จะทำให้เลือดไหลเข้าสู่ หัวใจได้สะดวก แล้วตื่นขึ้นมาตอนเช้า ก็ดื่มน้ำอีกสักแก้ว เพื่อจะทำให้ การเริ่มต้น ของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ทำงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และจะได้มีชีวิต ยืนยาวต่อไป ในงานเลี้ยงรุ่น แล้วผมจะได้ร้องเพลง เล่นดนตรีให้ฟัง ขอขอบคุณนายแพทย์ หมอทั้งหลาย ที่ได้แนะนำ อธิบายเรื่องนี้ จนทำให้ผมรอดตาย มาได้หลายครั้ง ขอบคุณอีกครั้งนะครับ (..) คัดลอกมา เพื่อบอกต่อครับ. (..) ขอบคุณผู้เขียนข้อความ อันเป็นประโยชน์
    ไม่ระบุชื่อ
     •  1 ปีที่แล้ว
    meter: false