ตรวจสอบข่าว

1 คนสงสัย
เข็มทิ่มนิ้วช่วยรักษาเส้นเลือดในสมองแตก
ความเชื่อผิดๆ ข้อหนึ่งที่ไม่น่าให้อภัยอย่างมากคือการบอกวิธีปฐมพยาบาลผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกแบบผิดๆ ความเชื่อนั่นบอกว่า ถ้าเกิดมีผู้ป่วยด้วยเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลัน อย่าเพิ่งพาส่งโรงพยาบาล แต่ให้เอาเข็มทิ่มนิ้วให้กับคนป่วยทั้งสิบนิ้ว แล้วปล่อยไว้สักพักก่อนอย่าส่งโรงพยาบาล ถ้าเคลื่อนไหวตัวผู้ป่วยทันทีเลยเดี๋ยวเส้นเลือดในสมองจะแตกเพิ่ม
ไม่แน่ใจว่าคนที่ส่งข้อมูลผิดๆ แบบนี้ให้คนอื่นจิตใจทำด้วยอะไร เพราะนี่คือเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตายของแท้ อ่านแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะสิ่งที่ถูกต้องคือควรรีบนำคนไข้ขึ้นรถแล้วพาไปส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด หากมัวแต่ทำตามวิธีปฐมพยาบาลที่ไร้ซึ่งหลักการใดๆ จะยิ่งเป็นการตัดโอกาสการมีชีวิตรอดของผู้ป่วยลงไปเรื่อยๆ ชีวิตของคนป่วยทุกนาทีมีค่า อย่าเสียเวลาทำอะไรแบบนี้เลย
atom.kanpai
 •  3 ปีที่แล้ว
0 ความเห็น
ช่วยระบุหมวดหมู่ของข้อความนี้ให้หน่อย
เลือกให้น้อยที่สุด (ถ้าเป็นไปได้)

ยังไม่มีใครตอบ

เพิ่มความเห็นใหม่

กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 1 คนสงสัย
    แพทย์ไต้หวัน ใช้เข็มแทงที่ปลายนิ้วผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกเพื่อบรรเทาอาการ
    แพทย์อาวุโสแผนโบราณของไต้หวัน ได้ถ่ายทอดวิธีการช่วยชีวิตจาก โรคหลอดเลือดในสมองแตกฉับพลัน เคล็ดลับการปฐมพยาบาล (ปล่อยเลือด).. ถ้าหากในบ้านมีเข็มฉีดยาอยู่ จะเป็นการดีที่สุด หากไม่มี ใช้เข็มเย็บผ้าก็ได้ แทงเข้าไปที่ปลายนิ้วมือ ทั้ง 10 ของผู้ป่วย (ไม่กำหนดจุดที่แน่นอน แค่ให้ห่างจากปลายเล็บนิ้วพอประมาณ) แทงให้มีเลือดไหลออกมา (ถ้าเลือดไม่ไหลออกมา ให้ใช้มือช่วยบีบได้) นิ้วละ 1 หยด ประมาณไม่กี่นาทีต่อมา ผู้ป่วยจะฟื้นตื่นขึ้นมา ถ้ามีอาการปากเบี้ยว ให้ดึงหูทั้ง 2 ข้างของผู้ป่วยจนหูแดง ให้แทงที่ด้านล่างของใบหูทั้งสองข้าง ๆ ละ 2 ครั้ง (ติ่งหู) จนมีเลือดไหลออกมา เพียงไม่กี่นาทีปากก็จะกลับฟื้นคืนสภาพเดิมได้และให้รอจนกระทั่งผู้ป่วยฟื้นคืนสภาพกลับมาเป็นปกติ โดยไม่รู้สึกว่ามีอะไรที่ผิดปกติแล้ว จึงค่อยนำส่งต่อไปหาแพทย์
    Nataphon Ditthabanjong
     •  3 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    พิษจากดื่มน้ำเย็นิจริงหรือไม่
    ■พิษจากดื่มน้ำเย็น■ ~~~~~~~~~~~~~ ★จะปวดหลัง ข้อเข่า ไตอ่อนแอ •••••••○••••••○•••••• ◆ใครจะไปเชื่อว่า.. การดื่มน้ำเย็นจะมีพิษ มีภัย และให้โทษได้ถึงขนาดนี้ ((((▶ ♣หมอได้พบผู้ป่วย ที่มีอาการแขนขาอ่อน แรง หรือที่เรียกกันว่า โรคอัมพฤกษ์ ซึ่งสืบค้นต้นตอไปๆมาๆ ก็พบว่า สาเหตุมาจากพฤติกรรมการดื่มน้ำเย็น หรือ น้ำแข็งเป็นประจำนั่นเอง ผู้ป่วยเล่าให้ฟังว่า ไม่กินผักมาตั้งแต่เล็กๆ รับประทานแต่เนื้อสัตว์ ที่สำคัญคือชอบดื่มน้ำ เย็นเป็นประจำมาตั้งแต่ เด็ก และต้องเป็นน้ำเย็นจากตู้เย็นเท่านั้น ■ก่อนที่จะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงนั้น ร่างกายผู้ป่วยได้ส่งสัญญาณเตือนมาหลายครั้ง เช่น มึนเวียนศีรษะง่าย เห็นเหมือนแสงไฟแวบๆขณะกระพริบตา การพูดเริ่มติดๆขัดๆ สุดท้ายเกิดอาการวูบกะทันหัน ต้องนำส่งโรงพยาบาล เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งผู้ป่วยก็ไม่สามารถขยับร่างกายซีกซ้ายได้แล้ว นี่คืออาการของโรคเส้นเลือดตีบที่สมองในวัยเพียง 40 ปี ที่ชอบทานแต่น้ำเย็นมาตลอดเวลา ★การดื่มน้ำเย็น สำหรับคนไทยนั้น ทำให้ "ไต ต้องรับกำจัดความเย็น ออกจากร่างกาย อย่างรวดเร็ว" ขับน้ำเย็นมากักเก็บ ไว้ที่กระเพาะปัสสาวะ เตรียมขับออกเป็น น้ำปัสสาวะทำให้ผู้ที่ ชอบทานน้ำเย็นก็ยิ่ง ขาดน้ำจนเลือดข้น หนืดไปหมด ประกอบกับหลอดเลือดที่เริ่มแข็งกระด้างไม่ยืดหยุ่น ทำให้มีคราบไขมัน และของเสียไปยึดเกาะตามผนังหลอดเลือด จนเกิดการพอกพูน กลายเป็นโรคหลอด เลือดตีบ ก็เพราะน้ำเย็นที่ชอบ ทานเป็นประจำนั่นเอง ★ไตของเราเปรียบ เสมือนเครื่องกรองน้ำ อันน่าอัศจรรย์ ทำหน้าที่ช่วยกรอง ของเสียออกจากเลือด แล้วขับออกทาง ปัสสาวะการทำหน้าที่ ตลอด 24 ชม. ไม่มีวันหยุดของไตนั้น ถ้าเราไปซ้ำเติมด้วยการรับประทานสิ่งที่เป็นพิษต่อร่างกายรวมทั้ง ★น้ำเย็นด้วยก็จะทำให้ เกิดภาวะไตอ่อนแอและจะส่งสัญญาณร้อง ให้เราทราบดังนี้ ★1.ปัสสาวะบ่อยขึ้น อั้นปัสสาวะไม่ได้นาน ดื่มน้ำเข้าไปแล้วต้อง วิ่งเข้าห้องน้ำบ่อยๆ กลางคืนก็ต้องลุกขึ้นเข้าห้องน้ำหลายเที่ยว ★2.มีอาการปวดหลัง ปวดเอวบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลานั่งนานๆ ★3.ปวดเมื่อยตามข้อ และ ร่างกายง่าย เช่น ปวดข้อเข่า ปวดต้นคอ ★4.หลอดเลือดตีบตัน หรือ หลอดเลือดแข็งได้ง่าย ★หากใครยังทาน....... ●น้ำเย็น นมเย็น ●กาแฟเย็น น้ำอัดลม ●น้ำหวานเย็น ชาเย็น อยู่เป็นประจำ ●มีอาการปวดหลังแน่ๆ ก็ต้องดูแลตนเองง่ายๆ ดังนี้ ■1.ปรับเลือดที่หนืดข้น ให้หายข้นด้วยการเพิ่ม น้ำเข้ากระแสเลือด โดยทานน้ำอุ่นให้ได้ 8-10 แก้ว ทุกวัน ■2.ทำให้เลือดไหล เวียนสะดวกอย่าง ต่อเนื่องด้วยการ..... ■ออกกำลังเป็นประจำที่สามารถทำได้ หรือ อาจใช้การจัดกระดูก ช่วยให้เลือดไหลเวียน สม่ำเสมอ ■3.ไม่กินอาหาร..... ◆เนื้อสัตว์ ของทอด ◆ของหวานจัดเพราะ ◆ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ปริมาณมากจนทำให้ หลอดเลือดแข็ง หรือ ตีบตันได้ง่าย ■4.งดการทานน้ำเย็น เด็ดขาดรู้แล้วอย่า เฉยเมยนะควรปฎิบัติ ด้วยและรู้แล้วอย่า เก็บไว้คนเดียวโปรด แบ่งปันให้คนรอบข้าง ของตัวเรา (((((((▪ ★พันเอก ดร.นพ.ดำรง หมอประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (((((((▪ (💐
    Mrs.Doubt
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    พิษจากดื่มน้ำเย็น ★จะปวดหลัง ข้อเข่า ไตอ่อนแอ ◆ใครจะไปเชื่อว่า.. การดื่มน้ำเย็นจะมีพิษมีภัย และให้โทษได้ถึงขนาดนี้ ♣️หมอได้พบผู้ป่วย ที่มีอาการแขนขาอ่อนแรง หรือที่เรียกกันว่า โรคอัมพฤกษ์ ซึ่งสืบค้นต้นตอไปๆมาๆ ก็พบว่า สาเหตุมาจากพฤติกรรมการดื่มน้ำเย็น หรือ น้ำแข็งเป็นประจำนั่นเอง ผู้ป่วยเล่าให้ฟังว่า ไม่กินผักมาตั้งแต่เล็กๆ รับประทานแต่เนื้อสัตว์ ที่สำคัญคือชอบดื่มน้ำเย็นเป็นประจำมาตั้งแต่ เด็ก และต้องเป็นน้ำเย็นจากตู้เย็นเท่านั้น ■ก่อนที่จะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงนั้น ร่างกายผู้ป่วยได้ส่งสัญญาณเตือนมาหลายครั้ง เช่น มึนเวียนศีรษะง่าย เห็นเหมือนแสงไฟแวบๆขณะกระพริบตา การพูดเริ่มติดๆขัดๆ สุดท้ายเกิดอาการวูบกะทันหัน ต้องนำส่งโรงพยาบาล เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งผู้ป่วยก็ไม่สามารถขยับร่างกายซีกซ้ายได้แล้ว นี่คืออาการของโรคเส้นเลือดตีบที่สมองในวัยเพียง 40 ปี ที่ชอบทานแต่น้ำเย็นมาตลอดเวลา ★การดื่มน้ำเย็น สำหรับคนไทยนั้น ทำให้ "ไต ต้องรับกำจัดความเย็นออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว" ขับน้ำเย็นมากักเก็บ ไว้ที่กระเพาะปัสสาวะ เตรียมขับออกเป็นน้ำปัสสาวะทำให้ผู้ที่ชอบทานน้ำเย็นก็ยิ่งขาดน้ำจนเลือดข้นหนืดไปหมด ประกอบกับหลอดเลือดที่เริ่มแข็งกระด้างไม่ยืดหยุ่น ทำให้มีคราบไขมัน และของเสียไปยึดเกาะตามผนังหลอดเลือดจนเกิดการพอกพูนกลายเป็นโรคหลอดเลือดตีบ ก็เพราะน้ำเย็นที่ชอบทานเป็นประจำนั่นเอง ★ไตของเราเปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำอันน่าอัศจรรย์ ทำหน้าที่ช่วยกรองของเสียออกจากเลือด แล้วขับออกทางปัสสาวะการทำหน้าที่ ตลอด 24 ชม. ไม่มีวันหยุดของไตนั้น ถ้าเราไปซ้ำเติมด้วยการรับประทานสิ่งที่เป็นพิษต่อร่างกายรวมทั้ง ★น้ำเย็นด้วยก็จะทำให้เกิดภาวะไตอ่อนแอและจะส่งสัญญาณร้องให้เราทราบดังนี้ 1.ปัสสาวะบ่อยขึ้น อั้นปัสสาวะไม่ได้นาน ดื่มน้ำเข้าไปแล้วต้องวิ่งเข้าห้องน้ำบ่อยๆ กลางคืนก็ต้องลุกขึ้นเข้าห้องน้ำหลายเที่ยว 2.มีอาการปวดหลัง ปวดเอวบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลานั่งนานๆ 3.ปวดเมื่อยตามข้อ และ ร่างกายง่าย เช่น ปวดข้อเข่า ปวดต้นคอ 4.หลอดเลือดตีบตัน หรือ หลอดเลือดแข็งได้ง่าย หากใครยังทาน....... ●น้ำเย็น นมเย็น ●กาแฟเย็น น้ำอัดลม ●น้ำหวานเย็น ชาเย็น อยู่เป็นประจำ ●มีอาการปวดหลังแน่ๆ ก็ต้องดูแลตนเองง่ายๆ ดังนี้ 1.ปรับเลือดที่หนืดข้น ให้หายข้นด้วยการเพิ่ม น้ำเข้ากระแสเลือด โดยทานน้ำอุ่นให้ได้ 8-10 แก้ว ทุกวัน 2.ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวกอย่างต่อเนื่องด้วยการ..... ออกกำลังเป็นประจำที่สามารถทำได้ หรือ อาจใช้การจัดกระดูก ช่วยให้เลือดไหลเวียนสม่ำเสมอ 3.ไม่กินอาหาร..... ◆เนื้อสัตว์ ของทอด ◆ของหวานจัดเพราะ ◆ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ปริมาณมากจนทำให้ หลอดเลือดแข็ง หรือ ตีบตันได้ง่าย 4.งดการทานน้ำเย็นเด็ดขาดรู้แล้วอย่าเฉยเมยนะควรปฎิบัติด้วยและรู้แล้วอย่าเก็บไว้คนเดียวโปรดแบ่งปันให้คนรอบข้างของตัวเรา ★พันเอก ดร.นพ.ดำรง หมอประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
    ไม่ระบุชื่อ
     •  8 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    มีข่าวสาวลองสูบบ้อง3ที เฉียดตาย มีข่าวว่ากินคุกกี้ไปครึ่งอันแล้วต้องส่งโรงพยาบาล เพราะคนทำใส่ดอกกัญชาไปด้วย,,,,ผมไม่รู้ว่าเป็นข่าวจริงหรือข่าวปลอมที่ปล่อยออกมาในช่วงนี้ ในขณะที่สภากำลังพิจารณาเรื่องพรบ.ประกอบกฏหมายกัญชาอยู่พอดี,,,มันช่างประจวบเหมาะกัญจริงๆนะจ๊ะ ผมก้อมีประสบการณ์จริงมาเล่าให้ฟังเหมือนกัญนะ,,,,ครั้งแรกที่ผมสูบกัญชา ตอนนั้นผมอยู่ป.6 ยุคนั้นเป็นกัญชาแท่ง Thai stick ของแท้เลยล่ะ เพื่อนไปซื้อมาแถว4แยกบ้านแขก สูบกับเพื่อนรุ่นเดียวกันหลายคน ตั้งใจว่าสูบเสร็จจะไปดูหนังกลางแปลงที่วัดมีงาน,,,,ผมสูบไป2ที (ไม่ต้องถึง3หรอก2ทีก้อสูบไม่ได้แล้ว สำหรับครั้งแรกน่ะ) รู้สึกว่ามันหมุนๆ วิ้งๆไปหมด ไม่อยากไปไหน ก้อเลยขอนอนอยู่บ้านเพื่อน,,,ความเมาของมันก้อแค่ทำให้อยากพักอยากนอนก่อแค่นั้นล่ะครับ มีประสบการณ์ที่ได้เจอกับตัวเองที่ได้ช่วยเพื่อนที่เมากัญชาอีก3ครั้ง,,,ครั้งแรกประมาณปี45เพื่อนพาชาวต่างชาติมาเที่ยวที่บ้าน เธอเป็นผู้หญิงอายุสัก24-25 เธอดื่มเบียร์มาแล้วมีอาการเมานิดๆ แล้วเห็นผมสูบบ้อง แล้วอยากลองสูบบ้าง,,,ผมบอกอย่าสูบบ้องเลยอาการอย่างนี้ ดื่มเบียร์มาแล้วเมาด้วย สูบพันลำดีกว่า ผมก้อทำพันลำให้เธอสูบ ตอนนั้นใช้บุหรี่มวนแบบยัดไส้ ยังไม่รู้จักกระดาษมวนจ้อยท์,,,เธอสูบไป2-3ซี้ด เธอหงายหลังล้ม หมดสติ!!,,,งานเข้าเลย เป็นชาวต่างชาติด้วย แล้วถ้ามาเป็นอะไรที่บ้านเพราะสูบกัญชา ซวยแน่เรา,,,,ผมบอกตรงๆเลยว่า ตอนนั้นกลัวมาก ทำอะไรแทบไม่ถูกเลย ก้อไปเอายาหม่องมาทาๆที่ขมับ ที่จมูก ทาที่ต้นคอแล้วบีบนวดบริเวณต้นคอ ไล่ไปตามหัวไหล่ ตามแขน,,,,สักพักนึงไม่ถึง10นาที เธอฟื้นจึ้นมาแล้ว ยิ้มบอกว่า ไม่เป็นไรแล้ว ,,,,ผมว่าเธอดื่มมากไปแล้วมาลองสูบกัญชาครั้งแรก ก้อเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีอาการอย่างนี้ ผมเองก้อเคยดื่มเหล้า ดื่มเบียร์แล้วมาสูบกัญชา แรกๆก้อ อ๊วกแตกอ๊วกแตนเหมือนกัญ ,,,แต่ช่วงหลังนี่ภูมิต้านทานสูง ดื่มเบียร์ไปสูบจ้อยท์ไป ก้อไปอีกฟีลลิ่งนึงน่ะครับ ครั้งที่2ประมาณปี48 ตรั้งนี้ที่เกาะเต่า เป็นงานวันเกิดโกดำ นี่ล่ะครับที่ทำให้ผมได้รู้ว่ากัญชาที่ดีที่สุดอยู่ที่เกาะเต่ามาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รู้จักสายพันธุ์KD,,,,วันเกิดโกดำ น้าจ๊อบจะไปเล่นให้ทุกปี ปีนั้นเป็นปีแรกที่ผมลงไปเล่นกับน้าจ๊อบ,,,,เหตุเกิดหลังปาร์ตี้จบ มีผมน้าจ๊อบเพื่อนรักน้าจ๊อบ(ขอไม่บอกชื่อนะ) แล้วก้อโกดำ เรานั่งดื่มไวน์ขาวกันทุกคน จิบไวน์ไปสูบจ้อยท์ไปควบคู่กัญไป,,,,จนไวน์ขาวหมดไปหลายขวด เหลือแต่ไวน์แดง ก้อเอามาเปิดกิน ปรากฏว่าเพื่อนน้าจ๊อบ จิบไวน์แดงไปนิดเดียว เกิดอาการกระตุกๆน้ำลายฟูมปาก ในขณะที่นั่งอยู่ยังไม่ล้ม,,,ทุกคนตกใจมากทำไรไม่ถูก ผมมียาดมน้ำเขียวๆพกติดตัวอยู่ตลอด ก้อใช้ยาดมสีเขียวนี่ล่ะ ทาทีขมับ ทาที่จมูก บีบนวดที่ต้นคอ ใช้ศอกกดบริเวณหัวไหล่ สักพักเพื่อนน้าจ๊อบก้อยิ้มได้ ,,,,เฮ้อ!!โล่งอก,,,ปลอดภัย ,,,,ทุกวันนี้โกดำยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี เพราะมันเป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักกัญกับโกดำ และผมได้พูดกับโกว่ากัญชาที่ดีที่สุดเท่าทีผมเคยสูบมาอยู่ที่เกาะเต่านี่ล่ะ ครั้งที่3ที่บ้านพักอ่าวนาง เพื่อนชาวต่างชาติมาหาที่บ้านพักถือขวดเบียร์มาเลย เมาเปรี้ยย,,,,ผมกำลังมวนจ้อยท์สูบอยู่พอดี มาถึงก้อขอผมสูบ ผมก้อส่งให้สูบ2-3ซี้ดเหมือนกัญ หงายหลังตาค้าง ดีว่าผมรับไว้ทัน ไม่งั้นหัวฟาดพื้นแน่,,,,ผมก้อใช้วิธีปฐมพยาบาลขั้นแรกเหมือนกับ2คนแรกที่เล่าให้ฟังน่ะล่ะครับ อาจยาวหน่อย แต่ผมก้อต้องเล่าให้เพื่อนๆฟัง เพราะข่ววนี้มีพวกที่คอยให้ร้ายกัญชาอยู่ ไม่รู้ว่าพวกมันต้องการอะไร??,,,หรือว่าพวกมันอยากจับกัญชายัดเจ้าไปในกรงขังอีกมั้ย?? ขอบอกเลยว่าไม่เอาพรบ.ฉบับอนุทิน ,,,ไม่ต้องมีพรบ.มาควบคุมยิ่งดีเพราะผลประโยชน์จะได้สู่ประชาชนอย่างแท้จริง,,,กัญชาคือพืชสมุนไพรเหมือนกับขิงข่าตะไคร้ใบมะกรูด ฯลฯนี่ล่ะ
    ไม่ระบุชื่อ
     •  4 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 3 คนสงสัย
    เส้นเลือดในสมองแตก เป็นอัมพาตครึ่งซีก หากไม่กินข้าวก่อนดื่มแอลกอฮอล์
    ตามที่มีคำแนะนำเผยแพร่บนสื่อออนไลน์เรื่องเสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตก เป็นอัมพาตครึ่งซีก หากไม่กินข้าวก่อนดื่มแอลกอฮอล์ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อความที่ปรากฏนั้น เป็นข้อมูลเท็จ
    std48305
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    คู่มรณะ อาหารกินคู่กันแล้วอันตราย จริงหรือไม่
    ด่วน...คู่มรณะ ผลการวิจัยล่าสุดของศาสตราจารย์ Mome Kaowa แห่งสถาบัน Manosatra พบว่า ...: !!!อ า ห า ร ที่ กิ น คู่ กั น . . . อั น ต ร า ย ! ! 1. กินทุเรียนกับ น้ำอัดลม ให้พิษร้าย มากกว่าพิษงูเห่า! 2. เต้าหู้กับน้ำผึ้ง ห้ามรับประทานด้วย กันจะทำให้หูหนวก ... 3. น้ำเต้าหู้ ห้ามใส่ น้ำตาลแดง จะทำให้ เสียวิตามิน 4. มันฝรั่งกับกล้วย ทุกชนิด ห้าม รับประทานรวมกัน จะทำให้หน้าเป็นฝ้า 5. หัวไชเท้ากับผลไม้ ทุกชนิด ห้าม รับประทานรวมกัน จะทำให้เกิดคอพอก 6. กล้วยกับเผือก ห้ามรับประทานด้วย กัน จะทำให้ท้องอืด 7. บวบ ซือกวย ไชเท้า ห้ามรับประทานวัน เดียวกัน จะทำให้เป็น เบาหวาน ทำให้เชื้อ อสุจิอ่อนไม่แข็งแรง 8. กล้วย+มะละกอ +แตงโม ห้าม รับประทานด้วยกัน จะทำให้เป็นโรคไตกับโรคเบาหวาน 9. มังคุดกับน้ำตาล กินรวมกันจะทำให้เสียชีวิต 10. ผักป๋วยเล้ง ห้าม รับประทาน กับเต้าหู้ จะทำให้เป็นนิ่วที่ไขสันหลัง 11. น้ำผึ้ง ห้ามชงด้วย น้ำที่ร้อนจะทำให้เสีย วิตามิน 12. ส้มกับมะนาว ห้าม รับประทานด้วยกัน จะทำให้กระเพาะทะลุ 13. ปลาทุกชนิด ห้ามต้มกับผักกาดดอง จะทำให้เป็นโรคมะเร็ง 14. ขิงดอง ห้ามเข้า ตู้เย็น กินแล้วจะเป็น โรค มะเร็ง 15. น้ำข้าว ห้ามใส่กับ นม จะทำให้เสียวิตามิน 16.น้ำเต้าหู้กับนมสด ห้ามใส่ไข่ เพราะจะทำ ให้ท้องผูกและเส้นเลือดตีบ 17. ถั่วลิสงกับฟักทอง ห้ามรับประทานรวม กัน จะทำให้ทำร้าย ร่างกายและลำไส้ อักเสบ 18. มันเทศกับลูกพลับ ห้ามรับประทานรวม กัน จะทำให้เกิดนิ่ว ในกระเพาะอาหาร 19. เหล้าขาวกับลูก พลับ ห้ามรับประทาน ด้วยกันจะทำให้เป็นพิษ 20. เหล้าขาวกับเบียร์ ห้ามรับประทานด้วย กัน จะทำให้เส้นเลือด ในสมองแตก 21. หัวไชเท้ากับเห็ด หูหนู ทั้งดำและขาว ห้ามรับประทารด้วย กัน จะเป็นโรคผิวหนัง * * มีนักท่องเที่ยว ชาวจีนวัยเพียง28ปี รายหนึ่ง ตอนมาเที่ยว เมืองไทยได้รับประทานทุเรียนไปจำนวนมาก หลังจากนั้นก็ดื่มน้ำอัดลม สารคาเฟอินในน้ำ อัดลมก่อให้เกิดความ ดันโลหิตสูงขึ้นอย่าง รวดเร็ว ทำให้หัวใจ วายอย่างเฉียบพลัน + + ประเทศไทย ได้ออกกฎอย่าง ชัดเจนไว้ว่า ภายใน 8 ชั่วโมงหลังจาก การรับประทานทุเรียน เป็นจำนวนมาก ห้ามดื่ม น้ำอัดลม เป็นอันขาด ! ! * ทุเรียนก่อให้เกิด แก๊สในกระเพาะสูงเลยทีเดียว ...เพื่อชาติอันเป็นที่รักยิ่งของเรา โปรดแชร์ด่วนเพื่อ ญาติมิตรและเพื่อนคนไทย🎃🍊🍏🍋🍎🍅🍓🍑🍐🍌🍉🍈🌽🍠🍆🍑🌶🍍🍦🍼
    Mrs.Doubt
     •  5 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    นศ.หนุ่มวัย 19 เป็นลมหมดสติกะทันหัน พอผลการวินิฉัยของคุณหมอออกมา ทุกคนตกใจจนเข่าแทบทรุด เว็บไซต์ต่างประเทศ ได้รายงานว่าในช่วงเช้าของวันหนึ่ง มีนักศึกษาหนุ่มหลายคนพาเพื่อนอายุ 19 ปี ที่เป็นลมหมดสติกะทันหัน มาที่โรงพยาบาล พวกเขาตะโกนเรียกหมอว่า “คุณหมอครับ ช่วยเขาที เขาเป็นลมหมดสติกะทันหันครับ” หลังจากถามอาการของคนไข้จากเพื่อน ๆอที่พามาส่งก็พบว่า คนไข้มีอาการขาซ้ายปวดและบวมในตอนตื่นนอน เพื่อน ๆที่นอนในห้องเดียวกันต่างคิดว่า เป็นเพราะเขาเหนื่อยและนอนหลับไม่ดี จึงมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากทุกคนแต่งตัวเสร็จ และกำลังจะไปกินอาหารเช้าก็พบว่าเขายังไม่ได้ลุกจากที่นอน และได้ยินเขาบอกว่าเขาปวดขาซ้ายมาก ๆ ให้ทุกคนช่วยส่งเขาไปโรงพยาบาลหน่อย และในระหว่างทางไปโรงพยาบาล เขาก็เป็นลมหมดสติไปทันที หมอตรวจพบว่าเขาเป็นโรคหลอดเลือดดำอุดตันอโรคหลอดเลือดดำอุดตัน เกิดจากลิ่มเลือดแข็งตัวในหลอดเลือดดำ อาการนี้พบมากในบริเวณขาซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดหรือบวมของขาข้างนั้น ๆ ตั้งแต่น่องจนมาถึงต้นขาได้ เพื่อน ๆ ของเขาฟังแล้วรู้สึกตกใจ จึงรีบถามหมอว่า เหตุใดเขาถึงได้เป็นโรคนี้ หมออธิบายว่า สาเหตุก็เพราะว่า เขานั่งนานเกินไป การนั่งนาน ๆ นั้นจะทำให้กล้ามเนื้อไม่ได้ขยับติดต่อกันเป็นเวลานานและเลือดไม่สามารถไหลเวียนออกจากขาขึ้นมาสู่หัวใจได้ ทำให้เส้นเลือดดำในขาและเท้าเกิดการอุดตัน นักศึกษาคนนี้ชื่อ เซียว เขาติดเล่นเกม นั่งเล่นแทบไม่ขยับไปไหน ทุกคืนต้องเล่นยันตีสองตีสาม ถึงจะยอมไปนอน ส่วนสาเหตุที่เขาเป็นลมหมดสติ หมออธิบายว่า การที่เขานั่งเล่นเกมนาน ๆ ทำให้เป็นโรคหลอดเลือดดำอุดตัน และมีอาการหายใจไม่ออก สุดท้ายก็เป็นลมหมดสติไป พอหมออธิบายเสร็จ เพื่อนคนหนึ่งที่พามาส่งก็ต้องตกกะใจว่า “ผมเองก็ติดเล่นเกมเช่นกัน หลังจากนี้ไปคงไม่กล้านั่งเล่นนาน ๆ แบบนี้อีกแล้วล่ะ ภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน เป็นภาวะที่เป็นอันตราย มันสามารถหลุดไปยังบริเวณปอด ทำให้เกิดภาวะ ลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด ซึ่งมีอันตรายถึงชีวิต อาการของลิ่มเลือดอุดตันในปอด คืออาการหายใจไม่สะดวกเฉียบพลัน แน่นหน้าอกและเจ็บหน้าอกเป็นต้น การนั่งอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ เช่นการเดินทางบนเครื่องบิน หรือบนรถ สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ หมออธิบายต่อว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคลิ่มเลือดอุดตันในปอด มี 90% เกิดจากภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน และมีผู้ป่วย 80% เป็นโรคลิ่มเลือดอุดตันในปอด โดยจะเริ่มจากไม่มีอาการอะไรเลย โดยประมาณ 25% ของโรคลิ่มเลือดอุดตันในปอด พบว่ามีการเสียชีวิตเฉียบพลันก่อนที่จะได้รับการวินิจฉัย ลิ่มเลือดอุดตันในปอด เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวังให้มากที่สุด เกิดจากลิ่มเลือดกระจายไปอุดตันที่เส้นเลือดในปอดซึ่งส่วนมากมาจากเส้นเลือดดำที่ขา ภาวะนี้อันตรายถึงชีวิต ถ้าไม่ได้รับการรักษา โชคดีที่เพื่อน ๆ ส่งตัว เซียว มาโรงพยาบาลทันเวลา หลังจากได้รับการรักษาเขาก็เริ่มฟื้นตัว พอรู้อาการของตัวเองเข้า เขาถึงกับต้องตะลึงจนพูดซ้ำ ๆ ว่า “แม่เจ้า เกือบไปแล้ว หลังจากนี้ไปผมคงไม่กล้านั่งนาน ๆ อีก และก็ไม่กล้าเล่นเกมดึกอีกแล้ว” หมอแนะนำว่า ไม่ว่าจะทำงานหรือเรียน ควรหาเวลาพักผ่อน และออกกำลังกายด้วย จะได้มีสุขภาพที่แข็งแรง แต่สำหรับคนที่ต้องนั่งนาน ๆ ควรลุกขึ้นยืนและเดินทุก ๆ 2 ชั่วโมง ดื่มน้ำมาก ๆ ไม่ควรนั่งนานเกินไปและไม่ควรให้ร่างกายขาดน้ำ เพราะจะทำให้เลือดอุดตันได้ นอกจากนี้แล้วการนั่งนาน ๆ อาจจะส่งผลทำให้เกิดโรคพวกนี้ได้ : 1. การนั่งนานเกินไปจะทำให้เจ็บสะโพก โดยมีอาการตึงและขยับไม่ค่อยได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อหดและตึงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้การเคลื่อนไหวสะโพกลำบากนี่เองที่เป็นสาเหตุสำคัญ ทำให้ผู้สูงอายุ ล้มได้ง่าย 2. เมื่อร่างกายอยู่นิ่งเป็นเวลานาน ๆ เลือดและออกซิเจนจะไหลเวียนผ่านสมองน้อยลง ส่งผลให้สมองทำงานช้าลง คนที่นั่งนาน ๆ จึงรู้สึกสมองตื้อ เฉื่อยชา เหนื่อยล้านอนไม่หลับ ความจำเสื่อม 3. การนั่งนานเกินไปทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง ก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่นท้องผูก จุกแน่น แสบร้อนหน้าอก ท้องอืดหรืออาจทำให้น้ำ หนักตัวเพิ่มขึ้นได้ 4. การนั่งจะสร้างแรงกดที่กระดูกสันหลัง มากกว่าการยืน และสุขภาพแผ่นหลังจะยิ่งแย่ หากคุณนั่งหลังค่อมหน้าคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ 5. การนั่งนาน ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่ เต้านม และเยื่อบุโพรงมดลูก แม้กระบวนการเกิดยังไม่ทราบแน่ชัด ซึ่งอาจเกิดจากตับอ่อนผลิตอินซูลินมากเกินไป และไปกระตุ้นให้เซลล์เจริญเติบโต แต่ข้อเท็จจริง ก็คือ การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ จะกระตุ้นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ให้คอยกำจัดอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดเซลล์มะเร็ง ขอบคุณ:‭http://www.liekr.com/post_159433.htmlา
    ไม่ระบุชื่อ
     •  6 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    คนงานถูกไฟดูดเพื่อนร่วมงานรีบวางบนแผ่นสังกะสีก่อนเอาทรายกลบทั้งตัวสุดท้ายรอดตายราวปาฏิหาริย์
    เหลือเชื่อคนงานถูกไฟดูดเพื่อนร่วมงานรีบวางบนแผ่นสังกะสีก่อนเอาทรายกลบทั้งตัวสุดท้ายรอดตายราวปาฏิหาริย์ . เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 6 กันยายน 68 ศูนย์กู้ชีพปราการ ได้รับแจ้งจากสายด่วน 1669 ว่ามีคนงานชายคนหนึ่ง ถูกไฟดูดจนหมดสติ เหตุเกิดภายในสถานที่ก่อสร้างของโครงการหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพจากโรงพยาบาลบางเสาธงและกู้ภัยบางพลีไปตรวจสอบ . พอเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงก็พบว่ามีเพื่อนคนงานต่างชาติพากันมุ่งดูจำนวนมาก ขณะที่ผู้บาดเจ็บคือ นาย สีหนาท อายุ 32 ปี กู้ภัยต้องตกตะลึง เมื่อสิ่งที่เห็นตรงหน้า คือผู้ป่วยรายนี้ นอนอยู่บนแผ่นสังกะสี โดยมีทรายจำนวนมากถูกเทกลบจนมิดตัวเหลือเพียงช่วงศีรษะและใบหน้าเท่านั้น เจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยจึงเข้าปฐมพยาบาล ตรวจวัดชีพจรและระบบการหายใจ ซึ่งพบว่าคนไข้รายนี้กลับมามีชีพจรอีกครั้ง จึงเคลื่อนย้ายพาตัวส่งโรงพยาบาลบางเสาธง . จากการสอบถามเพื่อนคนงานถึงสาเหตุที่เอาผู้ป่วยรายนี้มาวางบนแผ่นสังกะสีและนำทรายมาเทกลบจนมิดตัวนั้น เนื่องจากเป็นความเชื่อของคนงานด้วยกันตามความเชื่อของคนโบราณ ที่มีความเชื่อหากมีคนถูกกระแสไฟฟ้าดูให้รีบนำตัวมาวางบนแผ่นสังกะสีแล้วนำทรายมาเทกลบร่าง โดยเชื่อว่าจะสามารถดึงกระแสไฟจากภายในร่างกายออกมาได้ ซึ่งก็ได้ผลจริง ๆ ก่อนที่ทีมกู้ชีพและกู้ภัยจะมาถึง
    Nataphon Ditthabanjong
     •  3 เดือนที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    เลิกเชื่อข่าวเท็จ "ฟอกเลือด" ไม่ช่วยรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบ
    สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ยืนยันหลอดเลือดสมองตีบไม่สามารถรักษาด้วยการฟอกเลือด การกระตุ้นการไหลเวียนจะลดการเกิดโรคจะลดการเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ จากกรณีการแชร์ข้อมูลหลอดเลือดสมองตีบรักษาด้วยการฟอกเลือด และกระตุ้นการไหลเวียน ช่วยลดการเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ เพราะไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่บอกว่าการฟอกเลือด และการกระตุ้นการไหลเวียนจะลดการเกิดโรคได้ นายแพทย์ธนบูรณ์ วรกิจธำรงค์ชัย นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ อายุรกรรมประสาท เชี่ยวชาญด้านโรคหลอดเลือดสมองและการรักษาโรคหลอดเลือดสมองอุดตันด้วยสายสวนหลอดเลือดสมอง ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับ Hfocus ว่า โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือขาดเลือด คนทั่วไปจะเข้าใจอยู่ 2 โรค คือ อัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นภาวะที่หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน จะเป็นหลอดเลือดเส้นใหญ่หรือเส้นเล็กก็ได้ ส่วนหลอดเลือดสมองแตกจะมีเลือดออกในเนื้อสมองหรือฉาบในผิวของสมองก็ได้ ปัจจุบัน พบผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบหรือขาดเลือดประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนหลอดเลือดสมองแตก จะพบประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่หลอดเลือดสมองแตกที่เจอ มักจะมาจากโรคความดันโลหิตสูงเป็นหลัก หากผู้ป่วยคุมความดันโลหิตไม่ได้ ความดันโลหิตสูงมาก ๆ จะเกิดหลอดเลือดในสมองแตกได้ ทำให้มีเลือดออกในสมอง ซึ่งโรคหลอดเลือดสมองตีบจะมีอาการแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีกข้างใดข้างหนึ่ง พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว มองเห็นไม่ชัด โดยเป็นทันทีทันใด เช่น หลอดเลือดสมองตีบทางด้านซ้าย คนไข้จะอ่อนแรงด้านขวา ร่วมกับอาการปากเบี้ยวทางด้านขวา อาจมีเรื่องความรู้สึกลดลง เกิดความชา ฝั่งตรงข้ามของรอยโรคในสมอง บางคนมองเห็นภาพซ้อน สายตาแคบลง มองไม่เห็นฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ถ้าเป็นมากจะหมดสติร่วมด้วย บางรายจะสื่อสารไม่ได้ พูดไม่ออก ฟังคำถามแล้วไม่เข้าใจ ทำตามสั่งไม่ได้ นอกจากนี้ ยังมีหลอดเลือดสมองด้านหลังบริเวณท้ายทอยจะเป็นแกนกลาง เรียกว่า ก้านสมอง บางครั้งก็มีหลอดเลือดเส้นเล็กอุดตันได้เช่นกัน แต่หากเป็นหลอดเลือดเส้นใหญ่จะอ่อนแรงทั้งสองข้าง และอาจหมดสติได้" นายแพทย์ธนบูรณ์ กล่าว ส่วนการฟอกเลือดนั้น นายแพทย์ธนบูรณ์ ยืนยันว่า วิธีที่อยู่บ้านฟอกเลือดนั้น ไม่สามารถช่วยได้ อีกทั้งโรงพยาบาลจะไม่มีการฟอกเลือดเพื่อรักษาโรคนี้ การไปฟอกเลือดกันเองเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง หากมีอาการของโรคหลอดเลือดสมองตีบให้ไปโรงพยาบาลเร็วที่สุด เพราะมีการรักษาที่ให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำภายใน 4 ชั่วโมงครึ่งหลังมีอาการหากไม่มีข้อห้าม สามารถทำให้อาการของโรคหลอดเลือดสมองตีบดีขึ้นมาได้ และหากเป็นโรคหลอดเลือดสมองเส้นใหญ่อุดตัน ปัจจุบันมีการรักษาโดยการใส่สายสวนหลอดเลือดสมองเพื่อนำลิ่มเลือดที่อุดตันออกได้หากไม่มีข้อห้าม
    Jittiphatsa8416
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false