ตรวจสอบข่าว

1 คนสงสัย
ทัวร์ลง 'พรรคก้าวไกล' แสดงละครเก่ง ดีแต่ตรวจสอบคนอื่น เรื่องสส.ฉาวเงียบกริบ
12 ต.ค.2566 - จากกรณีฉาวโฉ่ของนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี พรรคก้าวไกล โดนแฉว่ามีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศทีมงานอาสาสมัครหญิงสาวรายหนึ่ง ล่าสุดทางเพจเฟซบุ๊กพรรคก้าวไกล - Move Forward Party โพสต์กราฟิกเป็นภาพ น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. หนึ่งในคณะกรรมการวินัยตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ระบุข้อความว่า “สนามสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ความเหลื่อมล้ำที่รู้ๆกัน ความยุติธรรมจึงถูกตั้งคำถาม”

อย่างไรก็ตามได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เช่น เคลียร์คนในพรรคตัวเองให้ได้ก่อน พูดไปก็ไม่น่าเชื่อถือแล้ว , ดีแต่ว่าคนอื่น ไม่ดูคนในพรรคตัวเองเลย 5555555 ดีอย่างเกียวคือด่าเก่ง แสดงละครเก่ง สะตอเก่ง , ตรวจสอบคนในพรรคตัวเองก่อนเลย พูดแถลงเหมือนกับแถ , แต่ละเรื่องไม่เมาก็สตรี , อย่ามัวเงียบเรื่องฉาว สส.ของพรรค , ดีแต่ตรวจสอบคนอื่น เรื่องในพรรคตัวเองไม่จัดการเรื่องตั้งแต่สิงหาคม แต่ไม่เห็นทำอะไรเลยทั้งๆที่หลักฐานเยอะไปหมด , แถลงการณ์ให้ไวกว่านี้อย่าให้ประชาชนหมดศรัทธา
anywaystravel02
 •  3 ปีที่แล้ว
1 คนว่า มีความเห็นส่วนตัว
0 ความเห็น

ข่าวการเมือง เสียดสี

Joke Air เลือกให้ข้อความนี้💬 มีความเห็นส่วนตัว

เหตุผล

....

ความเห็นต่าง

1. เนื้อหา … ของข้อความนี้เต็มไปด้วยความคิดเห็น เสียดสี เหน็บแนม โดยกลุ่มคนที่เกลียดชังพรรค
2. สื่อเว็บไซต์เจ้านี้มีจุดยืนอย่างไรก็เป็นที่รู้ๆกันอยู่แล้ว

เพิ่มความเห็นใหม่

กรุณา  เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก ก่อน

คุณอาจจะสนใจข้อความเหล่านี้ที่คล้ายคลึงกัน

  • 1 คนสงสัย
    ผู้เขียนขอเล่าเรื่อง "สดๆ ร้อนที่ได้ฟังมาเมื่อวาน" ให้คน 14 ล้านคน ที่ลงคะแนนเลือกพรรคก้าวไกล ลองเอาไปทบทวนพิจารณาดูนะ .... ... หญิงสาวที่เป็นด้อมส้มคนหนึ่งกำลังนอนรอ ให้หมอผ่าฟันคุดของเธออยู่ในคลีนิคของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง อาจารย์หมอก็ดันพูดเรื่องโหวตไม่โหวต อยู่นั่นแหละ เลยเตรียมของไม่เสร็จซะที หญิงสาวก็เลยบอกอาจารย์หมอไปว่า "ให้โอกาสเขาหน่อย ไม่ดีหรือคะอาจารย์ โหวตให้เสร็จๆไปเหอะ ประเทศจะได้เดินหน้าต่อได้ จริงมั้ยคะ?" ความเป็นจริงก็คือ หญิงสาวนอนรอนานแล้ว จนชักจะรำคาญแล้วต่างหาก อาจารย์หมอหยุดเตรียมอุปกรณ์ทันที..แล้วบอกพยาบาลให้ไปตามแพทย์ฝึกหัดมาผ่าแทน หญิงสาวถึงกับร้องจ๊าก แล้วรีบโวยวายทันที "ก็ไหนอาจารย์หมอบอกว่า เคสของหนูมันเคสยากไงคะ แล้วทำไมจะให้หมอฝึหัด ที่ไม่มีประสบการณ์มาผ่าฟันคุดของหนูล่ะคะ?" อาจารย์หมอตอบด้วยใบหน้านิ่งไร้ความรู้สึกว่า (*)"เอาเหอะน่าคุณผู้หญิง รีบผ่าๆ ไปเหอะ ถึงเขาไม่มีประสบการณ์ก็ไม่เป็นไรหรอก ยังไงเขาก็มีความตั้งใจดี อยากผ่าให้นะ... ให้โอกาสเค้าหน่อย...ไม่ดีหรือครับ" พอได้ยินเช่นนี้ หญิงสาวถึง กับ กรี้ดดดด ออกมาทันที "จะบ้าเหรอคะหมอ! มีความตั้งใจดีแต่ฝีมือยังไม่ได้ มันไม่พอนะคะ นี่ฟันหนูทั้งซี่ ปากหนูทั้งปากนะคะ... ผ่าผิดผ่าถูก มันแก้กลับคืนได้ที่ไหนกันคะ!" อาจารย์หมอพูดเสียงนิ่งๆ ตอบกลับว่า (*)"แค่ปากปากเดียวคุณยังไม่กล้าลองของใหม่เลย และไม่พร้อมให้หมอขาดประสบการณ์ มา ทดลองผ่า... แล้วทำไม ทีกับประเทศชาติ เคสซับซ้อนกว่ามาก ...พวกคุณพร้อมให้ลองกันจัง..มุ่งมั่นดี..แต่ฝีมือไม่มี เนี่ยนะ!" โดนตอกหน้าเช่นนี้ หญิงสาวถึงกับหน้าจ๋อย พูดเสียงอ่อยว่า "เครๆ ค่ะ... อาจารย์หมอผ่าเองเถอะค่ะ ได้โปรด หนูรอก็ได้ค่ะ" ...... (*)(*)อนาคตบ้านเมืองเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ไม่ใช่เรื่องให้ มือใหม่ที่สร้างภาพเก่ง..มาทำการ "ทดลองทางประวัติศาสตร์" แบบปู้ยี่ปู้ยำยังไงก็ได้ ชวินทร์ ลีนะบรรจง และ สุวินัย ภรณวลัย
    ไม่ระบุชื่อ
     •  2 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    เขียนได้โดนมากๆ ขอแชร์ให้คนไทยทุกคนได้อ่าน “ชีวิตจะดีหรือเลว อยู่ที่ตัวคุณเอง ไม่ใช่รัฐบาล” ไม่ทราบชื่อผู้เขียน…แต่เขียนสะท้อนความจริงได้ดีมาก วันนี้ ผมอยากให้คุณเปิดใจเป็นกลาง มองโลกแห่งความเป็นจริง แล้วอ่านสิ่งที่ผมเขียน... ประชาชน เรียกร้องหา การพัฒนาที่ดี เศรษฐกิจที่ดี ชีวิตที่ดี สวัสดิการที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดี ขอให้ทุกคนรวยขึ้น มีความสุขมากขึ้น มีคนจนหมดไป แต่ตัวเองกลับทำตัวตรงข้าม คือ ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้น อยากให้ประเทศพัฒนา แต่ไม่เคยพัฒนาคุณภาพตัวเอง นายกคนไหน ก็แก้ปัญหาไม่ได้ ถ้าคนในประเทศยังขี้เกียจ ขาดจิตสำนึก ขาดคุณธรรม ขาดสติ ไร้ปัญญา ไร้การศึกษา หรือมีการศึกษาสูง แต่จิตสำนึกต่ำ คุณธรรมต่ำ คิดแต่จะด่าว่า โทษแต่คนอื่น ไม่เคยโทษตัวเอง หรือนอนรอแต่ความหวัง ลมๆแล้งๆ หวังคนอื่นมาช่วย แต่ไม่เคยช่วยตัวเองอย่างจริงจัง ประเทศนี้ มีปัญหามาตั้งแต่ รากเหง้าของประเทศ เป็นศูนย์รวม ของคนจำ นวนไม่น้อย ที่จอม 'ขี้เกียจ' 'มักง่าย' และ 'รอคอยความหวัง' เห็นแก่ตัว เก่งแต่พูดเก่งแต่โพสต์ พอลงมือทำจริงๆ ก็ทำไม่ได้ อย่างที่คุยโม้โอ้อวด จริงไหม? ต่อให้นายกรัฐมนตรี เก่งกาจแค่ไหน แก้ปัญหาชาติได้ดีเพียงไร หรือ มีทีมงานไม่โกงกิน แต่บางที ปัญหามาจากรากเหง้าของประเทศ ที่จริงๆแล้ว แก้เท่าไหร่ ก็ไม่สำเร็จหรอก เพราะอาจจะต้องแก้ที่ "คนในชาติก่อน" “จิตสำนึกที่ดี นั้น มีกันบ้างมั้ย” - ด้านสถาบันครอบครัว เพราะความเคยชินของคนไทย ปลูกฝังสั่งสอน ความมักง่าย ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม เลี้ยงเด็กตามมีตามเกิด บางคน แม้รวย ก็เลี้ยงดูลูกแบบตามใจ จนมากเกินไป เหมือนนิทานเรื่อง พ่อแม่รังแกฉัน เลี้ยงผิดๆ ถูกๆ บางบ้าน พูดจาหยาบคาย มึงกูกับลูกตั้งแต่เด็กๆ ปัญหาไม่พร้อมที่จะมีลูกก่อนวัยอันควร สอนกันมาแบบผิดๆ สมองเด็ก ก็ฝังลึกกันแบบผิดๆ​ ที่น่ากลัวคือ พ่อแม่คนเหล่านั้น สอนลูกไม่ เป็น ไม่รู้จักผิด/ชอบ/ชั่ว/ดี แม้บางคน พ่อแม่ เป็นถึง ศ.บ้าง รศ.บ้าง บางคนพ่วง ดร. อีกด้วย แต่มีลูกสาว ขนาดเป็นนิสิตจุฬาฯ ในปี 2563 กล้าที่จะแก้ผ้าให้ผู้ชายถ่ายรูปที่เสาชิงช้า อนาคตของชาติ จึงดูไร้คุณภาพ หรือที่เราเรียกว่า อนาคตของสังคมไทย มีแต่ “ขยะสังคม” รัฐบาล ไม่ได้มีหน้าที่ อยู่บ้านเดียวกับคุณ และคอยอบรมสั่งสอน จนลูกคุณโต หรือ จนมีหน้าที่การงาน - ด้านความยากจน หนักไม่เอา เบาไม่สู้ หมิ่นเงินน้อย คอยวาสนา บ้าเรื่องดวง ผัวทิ้งทำเสน่ห์คุณไสย งานไกลขี้เกียจไป อ้างว่าไม่มีรถขับ งานใกล้ เงินน้อยขี้เกียจทำ กู้เงินมาขายอาหาร ขายไม่เป็น ทำไม่สะอาด ทำไม่อร่อย ปากไม่ดี พอเจ๊ง ก็โทษรัฐบาล โทษเศรษฐกิจ โทษอากาศมันร้อน ฝนมันตก โทษคนไม่เดิน แต่ไม่เคยโทษตัวเอง เพราะไม่เคยมองเห็นตัวเอง ที่เป็นต้นเหตุปัญหาทั้งปวง คนจน ที่ขยันก็มีเยอะ แต่ต้องฉลาด มีสมองพัฒนา ใฝ่สูงใฝ่ก้าวไปข้างหน้า เป็นคนจนไม่ผิด แต่จนแล้วโง่ แถมขี้เกียจ เเบบนี้ผิด บางคนที่จน ไม่มีเงินจะเรียน ก็เรียนจบได้ด็อคเตอร์ ก็มีไม่น้อย มิใช่ เอาแต่มานั่งบ่น สิ่งนั้นไม่ดี สิ่งนี้ไม่ดี แต่ไม่เคยโทษตัวเอง ใครจะมาช่วยได้ล่ะ แล้วทำไมคนจน ที่เค้ามีฐานะดีขึ้น ทำงานด้วยสมอง และ มีสองมือเหมือนกัน ก็มีเยอะมากมายที่เขาได้ดี มีความเจริญก้าวหน้า เพราะเค้าไม่มีข้ออ้างแบบคุณนั่นเอง - ด้านการศึกษา ไม่รู้เค้าเลี้ยงลูกกันยังไง เด็กบางคนถึงไม่สนใจการเรียน ไม่ชอบมีการ บ้าน ไม่ชอบการสอบเก็บคะแนน อ้างว่าเป็นต้นเหตุให้เกิดความเครียด ไม่ต้องการใส่เครื่องแบบ ไม่ต้องการไว้ผมทรงนักเรียน ไม่เห็นคุณค่าการศึกษา เพราะมีพ่อแม่ไร้คุณภาพ เด็กหลายคนจึงไร้การศึกษาที่ดีและสูง แทนที่จะสอนลูกว่า เรามันจนนะลูก ต้องตั้งใจเรียน​ จะได้​ทุนเรียนปริญญา เอาจริงๆนะ ถ้าลูกรักเรียนต่อ ให้พ่อแม่จนแค่ไหน ก็หาเงินมาให้ลูกเรียนจนจบปริญญาได้ เด็กหลายคนเกเร ไม่สนใจการเรียน พ่อแม่ก็ตัดหางปล่อยวัด ไม่รู้จะทำอะไร ก็กลายเป็นเด็กเกเร เด็กแว๊นซ์ ลักขโมย ดื่มเหล้า ข่มขืน ติดยา ขายตัว สร้างความเดือดร้อน พ่อแม่มันยังไร้คุณภาพ จะเอาปัญญาที่ไหนไปสอนลูก บางครอบครัว พ่อแม่ มีคุณภาพดี แต่ไม่เคยสอนเรื่องคุณ ธรรมและจริยะธรรมที่ดีให้แก่ลูก พอเกิดเรื่องก็บอก “ลูกฉันเป็นคนดี” กันทั้งนั้น ก็เพราะคิดแบบนี้ ลูกมันถึงเป็นแบบนี้ ผิด/ชอบ/ชั่ว/ดี คนเป็นพ่อแม่ ยังแยกแยะไม่ออก - ด้านสิ่งแวดล้อม ถามซิ เลิกเผาป่า เลิกเผาขยะกันหรือยัง​ ข่าวออกมาโครมๆ แต่จิตสำนึกไม่ มีเลย อ้างว่าต้องทำมาหากิน ก็ทำแบบนี้ทุกปี จริงๆแล้วการเผาป่ามันถูกต้องหรือไม่ มันก่อให้เกิดฝุ่นพิษ ควันพิษ เป็นการทำร้ายสุขภาพ หรือเราปล่อยให้ทำๆกันมาจนชิน ไม่รู้สึกอะไร พอรัฐหรือหน่วยงาน เข้ามาห้ามก็ด่า...นี่คือสันดานคนเหล่านั้น คือความเห็นแก่ตัว ที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม​ เสียหายปีละเท่าไหร่​...กินตรงไหนทิ้งตรงนั้น คนที่อาศัยตามริมคลอง ก็ทิ้งลงคลองง่ายดี พอน้ำเน่าเหม็น ก็บ่น แล้วมาบอกว่า มันเป็นหน้าที่ของคนเก็บขยะ มีหน้าที่เก็บก็เก็บไป​ คุณจะให้บ้านเมืองมันเจริญได้ไง! ในเมื่อจิตใจคุณยังต่ำตมอยู่เลย -โกง/คอรัปชั่น​ เจอกันเยอะมั้ย​ ไม่ว่าจะคนรวย คนจน คนในระดับไหน การศึกษาสูง ต่ำ ไม่แตกต่างกัน ​ เป็นเรื่องนิสัย​/สันดาน พอมีโอกาส​ ก็โกงกันทั้งนั้น จิตสำนึกความซื่อสัตย์ไม่มี คนรวยโกงคนจน นักการเมืองโกงชาติ จิตใจทำด้วยอะไร ความเห็นแก่ตัวไง เงินคือพระ เจ้าสำหรับพวกมัน และค่านิยมคนไทย “มีเงินเรียกน้อง มีทองเรียกพี่” เป็นพวก ไอ้/อี ที่บ้าเงิน - ด้านการจราจร มีกี่คนที่ทำตามกฎจราจร 100% บ้าง ทางม้าลายรถต้องหยุดให้คนข้าม พวกคุณทราบกันหรือเปล่า ใช้ถนน ผิดกฎหมาย แล้วคิดว่าตัวเองถูก ดูอย่างข่าวป้าทุบรถ และข่าวจอดรถขวางหน้าบ้าน ทางเข้าออกคนอื่น โดยไร้จิตสำนึกว่า คนในบ้านเขาขับรถเข้า/ออกไม่ได้ มีบ่อย มีหลายๆคดี เรียกตัวเองว่า ชาวพุทธ แต่ไร้ ศีลธรรม การยับยั้งอารมณ์ ใครมีปืนมีมีด ก็ยิงก็ฟันเลย เถื่อนมาก แม้แต่ในโรงพยาบาล ก็ยังบุกไปทำร้ายร่างกายกัน และ พาลไปทำร้ายหมอและพยาบาลอีก แบบนี้ก็มีอยู่ในสังคมไทย แกล้งขับรถขวางทาง ไม่ให้รถ Ambulance ผ่าน ก็มีข่าวมาแล้ว ขับช้า เสือกขับแช่ยาว ในเลนขวาสุด ก็มีให้เห็นบ่อยๆในเวลาไปต่างจังหวัด อยากจอดข้างทางก็จอด เพื่อกินข้าว ที่ร้านอร่อยของตน บนถนนรถติด ขายของริมฟุตบาท ล้นออกมาบนพื้นที่ถนนรถวิ่ง รถยนต์/รถมอเตอร์ ไซค์ก็จอดซื้อกันตรงนั้น ทำให้รถติดในซอย ในเมื่อพฤติกรรมคนไทยจำนวนไม่น้อย มันเป็นแบบเนี้ย รัฐบาลจะไปช่วยอะไรได้ หวังแต่จะให้รัฐแก้ปัญหา และพัฒนาชาติ ตัวคุณเองยังแก้ปัญ หาตัวเองไม่ได้ และพัฒนาสมอง คุณภาพตัวเองไม่ได้เลย ถามตัวเองก่อน ด่ารัฐบาล "ทำหน้าที่ตัวเอง" ในฐานะพลเมืองของชาติ ดีที่สุดรึยัง พูดให้คิด มองความจริงให้ออก อย่าหลอก อย่าหลงตัวเอง เจ็บแต่จริง​ หันมามองตัวเองกันหน่อย​ ค่อยๆแก้​ ต่อให้รัฐบาล​/ผู้นำคนไหนๆ​ แปลงร่างมาจากเทวดาชั้นฟ้า​ ปัญหา​เมืองไทย ก็ไม่มีวันหมด แก้รัฐธรรม นูญ ก็เพื่อประโยชน์ของนักการเมือง เป็นสำคัญ ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชา ชนอย่างแท้จริง แก้แล้ว ก็เพื่อให้นัก การเมืองกลุ่มใหม่ เข้ามาแสวงหาอำนาจ และ ผลประโยชน์ในกลุ่มพรรคพวกเพื่อนพ้องเท่านั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องนมนานมา แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น มาให้เห็นตลอดเวลา​ที่ผ่านมา นักการเมืองโกงแล้ว หนีคดีไปต่างประเทศ ส่วนลูกน้อง ที่เคยเป็นคนดี แต่ยอมทำตาม ด้วยเกรงบารมี ก็ต้องติดคุกหัวโตไป เรายังอยากให้คนกลุ่มนี้ มาหาวิธีโกงชาติ โกงแผ่นดินกันอีกหรือ รักชาติ รักแผ่นดิน​ ให้จริงๆกันบ้างเถิด อย่าอ้างความรักชาติ จนน้ำลายไหล เพราะอดอยากปากแห้งมานาน หันกลับมามองตน แล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองและ คนใกล้ตัวกันหน่อย สงสารนักรบชุดขาว และ อสม. ที่เขาเสียสละ และเสี่ยงกับโรค​ COVID-19 ที่ มากกว่าเรา อย่าได้เพิ่มปัญหาให้สังคมและประเทศของเราให้มากกว่า ที่มีอยู่ และเป็นอยู่เลย ในปัจจุบัน ทุกประเทศก็มีปัญหาเศรษฐกิจ ประชา ชนทุกประเทศก็ย่ำแย่เดือดร้อนกันทั้งนั้น มิใช่คนไทยเท่านั้นที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ. ขอบคุณผู้เขียน และ ขอบคุณทุกคนที่แชร์กันต่อไปและแชร์ให้มากก่อนถึงวันเลือกตั้ง.
    ไม่ระบุชื่อ
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    เปิดที่มา “ตั๋วช้าง” คืออะไร ปมแฉเดือดกลางสภา สะเทือนวงการสีกากี
    เปิดที่มา "ตั๋วช้าง" บัตรซื้อ - ขายตำแหน่งมูลค่าหลักล้าน ตั๋วใบใหญ่สุด อำนาจมากสุด ขอแล้วได้เลยไม่เคยโดนปฏิเสธ หลัง รังสิมันต์ โรม อภิปราย แฉเดือดกลางสภา สะเทือนวงการสีกากี เรียกได้ว่าเป็นศัพท์ที่ร้อนแรงในขณะนี้สำหรับคำว่า "ตั๋วช้าง" ที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติและฝ่ายความมั่นคง ประเด็นเรื่องการซื้อขายตำแหน่งแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรม อภิปรายซัด ประยุทธ์-ประวิตร รู้เห็นซื้อ-ขายตำแหน่ง ตร. เปิดทางล้วงลูกแต่งตั้ง โดยการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 มีการยกตัวอย่างนายพลตำรวจ นายหนึ่งอักษรย่อ ต. ว่าได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งระดับสูงอย่างรวดเร็ว ได้รับการยกเว้นหลักเกณฑ์พิจารณา ไม่เป็นไปตามลำดับความเหมาะสมอาวุโส อีกทั้งยังมีการทำหนังสือโยกย้ายนายตำรวจข้ามหน่วยงานในสังกัดอย่างไม่เป็นไปตามขั้นตอนการ จึงอยากตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการเปิดช่องให้มีการซื้อ-ขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ ตั๋วช้าง ภาพจาก สำนักข่าว INN โรม ชี้ การอภิปรายครั้งนี้เป็นการทำหน้าที่ที่อันตรายที่สุดในชีวิต ในระหว่างอภิปรายนั้น นายรังสิมันต์ ได้เผยเอกสารที่เรียกว่า "ตั๋วช้าง" ขึ้นมา ทำให้นายสุชาติ ตันเจริญ ประธานในที่ประชุม ต้องสั่งให้สรุปจบ ขณะที่นายรังสิมันต์ บอกว่า การที่ตนออกมาอภิปรายครั้งนี้นับว่าเป็นการทำหน้าที่ที่อันตรายที่สุดในชีวิต ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรหลังจากนี้ ตนก็ไม่เสียใจที่ได้ทำหน้าที่ของตัวเอง ตั๋วช้าง ภาพจาก เฟซบุ๊ก Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม ประยุทธ์ ลุกขึ้นชี้แจง ยืนยันการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจเป็นไปตามลำดับขั้นตอน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า การแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจมีการพิจารณาตามคัดกรองอย่างเป็นขั้นตอนตามลำดับชั้น โดยยึดหลักความเหมาะสมความรู้ความสามารถ และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา และหากนายตำรวจ คนใดที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถยื่นเรื่องมายังคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือก.ตร. ได้ ที่ผ่านมายังไม่พบว่ามีตำรวจนายใดมาร้องเรียนว่าเสียเงินซื้อขายตำแหน่ง และไม่ได้รับตำแหน่ง โดยยืนยันว่าตนและพลเอก ประวิตร ไม่เคยรับผลประโยชน์ใด ๆ จากการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ และหากใครที่มีหลักฐานก็ขอให้นำมาแสดงอย่ากล่าวหาลอย ๆ ขณะที่พลเอก ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ มีคณะกรรมการกลั่นกรองตามลำดับขั้นพร้อมทั้งยืนยันการแต่งตั้ง เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของ ก.ตร. ตั๋วช้าง ภาพจาก รัฐบาลไทย เปิดตัว "ตั๋วช้าง" ศัพท์ที่รู้กันเฉพาะวงการตำรวจ บัตรผ่านซื้อ-ขาย ตำแหน่ง หลังจากนั้น นายรังสิมันต์ โรม ได้ออกมาอภิปรายนอกสภา และเปิดเผยข้อมูลของตั๋วช้างผ่านเฟซบุ๊ก Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม หลายคนสรุปคร่าว ๆ ได้ว่า ตั๋วช้าง ใช้ในการซื้อ-ขาย ตำแหน่งทางตำรวจ หากมีตั๋วนี้ราคาตำแหน่งจะราคาถูกลง 50% นายรังสิมันต์ ระบุถึงการมีอยู่ของตั๋วช้างว่า อาจจะทำให้เกิดความสมยอมในการกระทำผิด เพราะจากที่ตนได้ข้อมูลมาราคาของตำแหน่งต่าง ๆ มีตั้งแต่ 1.5 ล้านบาท ในตำแหน่งสารวัตร ไปจนถึง 50 ล้านบาท ในตำแหน่งผู้บัญชาการ จริงเท็จอย่างไรเชื่อว่าพี่น้องตำรวจคงรู้กันดี อย่างไรก็ตาม วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 นายรังสิมันต์ ได้ออกมาชี้แจงกรณี "ตั๋วช้าง" อีกครั้งผ่านเฟซบุ๊ก Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม หลังจากโลกออนไลน์พูดถึงกันอย่างมาก และอาจมีความคลาดเคลื่อนไปจากสิ่งที่ตนจะสื่อว่า ตั๋วช้าง เป็นคำเรียกตั๋วตำรวจ เป็นการวิ่งเต้นของตำรวจ มีหลายระดับ หลายเลเวล มีคำเรียกหลายแบบ มีหลายใบ ซึ่งตั๋วช้าง คือตั๋วที่ใหญ่ที่สุด เป็นคำที่ถูกอ้างถึงจากสกู๊ปข่าวหนึ่งเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งตำรวจ ระบุว่าเป็นจดหมายฝากตำแหน่งที่ดีที่สุดและไม่เคยได้รับการปฏิเสธไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งอะไร นายรังสิมันต์ ยืนยันว่า ตนเองไม่มีข้อมูลว่า "ตั๋วช้าง" นั้นช่วยให้ได้ลดราคาเก้าอี้หรือไม่ หรือลดได้เท่าไร เนื่องจากเรื่องการซื้อขายตำแหน่งนั้น เราต้องยอมรับว่าการจะหา "ใบเสร็จ" ที่ระบุตัวเงินนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ขั้นตอนการจ่ายจริง ๆ อาจไม่ได้มีหลักฐานบันทึกไว้ก็ได้ ข้อสรุปว่า "ตั๋วช้าง" ช่วยให้ซื้อตำแหน่งในราคาที่ถูกลงครึ่งหนึ่งจึงอาจไม่ตรงกับสิ่งที่ตนต้องการจะสื่อเสียทีเดียว คำตอบ ณ ตอนนี้คือเรายังไม่อาจทราบได้ว่าเป็นเท่าไรกันแน่ บางทีตัวเลขที่ถูกต้องอาจเป็นลด 100% เลยก็เป็นได้ สำหรับคำนิยาม ที่ชัดเจนที่สุดของตั๋วช้าง คือ ตั๋วตำรวจที่ใหญ่ที่สุด มีอำนาจมากที่สุด ขอแล้วได้เลย เว้นหลักเกณฑ์ได้ทุกแบบ ไม่ต้องพิจารณาประวัติคนที่ขอว่าเคยมีมลทินไหม ตั๋วช้าง ภาพจาก เฟซบุ๊ก Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม การมีอยู่ของตั๋วช้าง อาจทำให้สุดท้าย ตำรวจต้องหาลำไพ่พิเศษ ลงเอยด้วยการหากินกับธุรกิจผิดกฎหมาย นายรังสิมันต์ ระบุว่า กรณีตั๋วช้าง หรือตั๋วพิเศษอื่น ๆ สิ่งที่ต้องจ่ายบางทีอาจไม่ได้เป็นเงินเสมอไปก็ได้ บางทีอาจมาในรูปของบุญคุณ ในรูปของความภักดี ในรูปของการรับใช้ต่อเนื่องยาวนานเสมือนข้าทาสบริวาร ก็เป็นได้ "แค่คิดว่าราคาตั๋วพวกนี้ ต้องไปเบียดเบียนเอาจากเงินเดือนนายตำรวจแต่ละคน ก็ผิดมากแล้ว แต่ถ้ายิ่งคิดไปว่าราคาตั๋วมากขนาดนั้น ตำรวจจะไปจ่ายอย่างไรไหวถ้าไม่หาลำไพ่พิเศษ หรือถ้าราคาตั๋วมันคือการต้องไปคอยช่วยรักษาคุ้มครองผลประโยชน์ให้กับคนที่ออกตั๋วแล้ว นั่นเท่ากับว่าสุดท้ายตำรวจก็ต้องไปลงเอยกับการเก็บกินจากบ่อน จากพ่อค้ายา จากขบวนการค้ามนุษย์ จากธุรกิจผิดกฎหมายต่าง ๆ แทนที่จะกำจัดให้สิ้นซาก ก็กลายเป็นมาหล่อเลี้ยงให้มันดำรงอยู่ต่อไป อย่างนั้นใช่หรือไม่ ?" ตั๋วช้าง ภาพจาก เฟซบุ๊ก Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม ตั๋วช้าง ภาพจาก เฟซบุ
    NO AR
     •  4 ปีที่แล้ว
    meter: false
  • 1 คนสงสัย
    ลองอ่านข้อเขียนของคนระดับ เอกอัครราชทูตไทย ซึ่งท่านเห็นเหตุที่เกิดขึ้น ผ่านประสพการณ์ต่าง ๆ มาทั่วโลก เหมือนกับเราเมื่อโตขึ้นมาระดับหนึ่ง ความคิดความอ่าน จะแตกต่างจาก เมื่อตอนยังเด็ก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี มีมากขึ้น เพราะเราเห็นโลกมามากขึ้น และเป็นบทสรุปในใจเราได้ว่า อะไร เป็นอะไร เมื่อคนไทยต้องการ พรรคก้าวไกล ขึ้นมาเป็นรัฐบาล ก็ต้องยินดีด้วย และ ปล่อยให้ระบบมันเดินไป แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปแบบค่อยๆซึมเข้ามาคือการ ล่าอาณานิคมแบบใหม่ของสหรัฐอเมริกา และ ประเทศตะวันตก วันนี้คือจุดเริ่มต้นเท่านั้นของการล่มสลายของประเทศไทย ก้าวไกลได้อะไร --> ได้เงินและอำนาจ โดยไม่คำนึงถึงวิธีการ ถูกหรือผิด ชั่วหรือดี พรรคก้าวไกลเป็นพรรคหนึ่งที่ได้ Fund จากประเทศอเมริกา ผ่านองค์กร มูลนิธิลับ ๆ หลายแห่ง ในการขับเคลื่อนทางการเมือง เพื่อเปิดช่องให้อเมริกาสามารถแทรกแซงทางการเมืองไทยได้ สังเกตได้จากกลุ่ม NGO ต่างๆ ที่เข้ามาสนับสนุนการล้มล้างสถาบันฯ กลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างๆ รวมถึงการนำทูตสหรัฐและ ประเทศตะวันตกเข้ามา observe การประชุม สัมมนา หรือการเคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆ มันคือการล่าอาณานิคมแบบใหม่ที่คนสมัยนี้ไม่ค่อยคำนึงถึง อเมริกาต้องการทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ ของประเทศ และ การนำประเทศไทยตั้งฐานทัพ เพื่องัดอำนาจจากประเทศจีน ซึ่งทางอเมริกา พยายามจะเข้ามาตั้งหลายครั้งหลายหนแล้วแต่ทางทหารไทยไม่ยอม ได้แค่เข้ามาฝึกซ้อมรบ คนจนของอเมริกามากกว่า 43 ล้านคน เท่ากับประชากร 1 ประเทศ แต่เศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลกก็อยู่ในอเมริกา มันยิ่งเป็นการบอกว่าทุนการเงินมันสร้างการกระจุกตัวไว้ที่คนจำนวนหนึ่ง นี่คือความเหลื่อมล้ำจากระบบเสรีนิยมและ ทุนนิยม (ซึ่งไม่เคยมีอยู่จริง) ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น เชื่อว่าไม่มีทางเลี่ยง อเมริกาอยู่ได้ด้วยอาวุธ แต่ถ้าไม่มีสงครามก็ขายไม่ออก อวกาศก็เหมือนกัน หรือถ้าอเมริกาต้องการนำอาหารเป็นตัวจูงเศรษฐกิจตัวเอง พื้นที่การผลิตอาหารไม่พอฉะนั้นต้องขยายดินแดน อเมริกาต้องการให้เกิดสงครามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อที่จะได้ขายอาวุธ และ คานอำนาจกับจีน ซึ่งได้เริ่มทำไปแล้วในฟิลิปินส์ เกาหลีไต้ ซึ่งประเทศเหล่านี้มีโอกาสเกิดสงครามกับจีนและรัสเซียตลอดเวลา ซึ่งในอนาคตหากยังดำเนินแบบนี้ต่อไป คงได้เห็นสงคราม ไทย-จีน! ไทยก็เช่นเดียวกัน อยู่ในชัยภูมิที่ดี มีทางออกทะเล และมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ต่างชาติยกย่องว่าเป็นครัวของโลก จึงเป็นเป้าหมายสำคัญของอเมริกาและชาติตะวันตก แต่สิ่งที่ยากที่สุดในการเข้ามาแทรกซึมประเทศไทยมี ความมั่นคงทางวิถึชีวิต และความภักดีใน สถาบันพระมหากษัตริย์ ที่คานอำนาจและเป็นเสาหลักของประเทศ จึงเป็นงานยากของอเมริกาที่ต้องลดบทบาทของสถาบันหลักเหล่านี้ให้อ่อนแอที่สุด จนถึงเป็นแค่สัญลักษณ์ เพื่อที่จะเข้ามายึดครองได้โดยง่าย (ไม่แปลกอะไรที่ ก้าวไกล ขอยกเลิก ม.112 มาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว แต่ ประธานรัฐสภา ชวน หลีกภัย บอกว่าเสนอเป็นญัตติมาอภิปรายไม่ได้ เพราะญัตตินี้ ผิด รธน.) สิ่งที่ชาติตะวันตกและอเมริกาได้ทำมาอย่างต่อเนืองมากว่า 60 ปี คือการสร้าง soft power แบบซึมเข้ามาในรูปแบบ การศึกษาที่ทันสมัย ภาพยนตร์ การให้ทุนนักเรียนเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ พร้อมการล้างสมองให้คนของเราเสพติด คำว่าประชาธิปไตย ความทันสมัย ศิวิไลซ์ของเขา ของประเทศเสรีนิยม ทุนนิยม และ ผลักดันให้คนกลุ่มนี้กลับเข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศ พร้อมจะเปลี่ยนประเทศโดยไม่สนใจรากเหง้าเดิม คนเหล่านี้จะมีแนวความคิดแบบชาติตะวันตกเต็มตัว พร้อมที่จะทำตามและอ้าแขนรับอำนาจตะวันตก โดยถึงขั้นมองว่าถ้าต้องเป็นประเทศอาณานิคมก็ไม่แปลกอะไร เพราะคงจะได้รับความรู้ความเจริญมา ในฐานะ"นักเรียนนอก" และวันนี้พวกเค้าทำสำเร็จแล้ว ก้าวแรกของการล่าอาณานิคมใหม่ เริ่มขึ้นโดยการต้องเริ่มกระบวนการลดกำลังทหาร และ ลดบทบาทสถาบันกษัตริย์ คนหนุ่มสาวของประเทศ มีแนวคิดแบบตะวันตกมากกว่าครึ่งประเทศถูกเสพติดด้วยข้อมูลบิดเบือนมาเป็นเวลานาน เริ่มแสดงตัวตน แบบคนกระหายความสำเร็จ กระหายความเจริญ และ ศิวิไลย์ แบบชาติตะวันตก ดูได้จากการแสดงออกใน social media ที่พยายามแสดงถึงความ หรูหรา ฟุ่มเฟือย ชีวิตที่ดี กินหรู อยู่สบายใช้ของ brand ผู้คนเหล่านี้มีความรู้ มีฐานะ การงานที่ดี และคิดว่า "กูโตมาได้้ หาเงินได้ ด้วยความสามารถตัวเอง พ่อแม่ตัวเอง ไม่เกี่ยวกับสถาบันฯ" ส่วนคนจนก็จะโทษทุกสิ่งอย่างรอบตัวที่ไม่ใช่ตัวเอง ความคิดแบบนี้กำลังจะพังประเทศตัวเอง เป็นความคิดแบบเห็นแก่ตัวแบบสุดขั้ว และการกอบโกยทรัพยากรเต็มที่ของคนรุ่นใหม่ รวมถึงคนรุ่นเก่าๆอีกหลายคน แต่เมื่อคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ต้องการให้เป็นแบบนี้ก็ต้องปล่อยให้เกิดไป อาจจะยังไม่ได้เกิดในปี สองปีนี้ อาจจะค่อยๆซึมเข้ามาเป็น 5-10ปี ก็คงต้องคอยดูต่อไป ขอให้ประเทศไทยพ้นผองภัย ขอให้ฝ่ายค้านที่ยังเป็นคนเจ็นคุณภาพ รักบ้านเกิดเมืองนอนตนเอง ได้ทัดทาน ไม่ให้คนชั่วคว่ำฟ้าพลิกดิน คบต่างชาติให้เข้ามากลืนชาติ นำพาสู่สงคราม ได้สำเร็จ เข้าทางไอ้กันมันแล้ว มันเริ่มให้ไอ้พวกนี้ออกมาก่อกวน แล้วค่อยๆรุนแรงขึ้นเหมือน Hong-Kong Model จนเกิดกลียุคสงครามกลางเมือง จนทางการคุมไม่อยู่จนต้องใช้ความรุนแรง (เคยทราบไหม หยก เด็กหญิง อายุ 15 ปี มายืนกลางถนน อ่านหนังสือด่าในหลวง เพื่อให้ถูกจับ เมื่อตำรวจจับไป ไม่มีใครมายื่นประกัน เพื่อเอาเป็นข้อเรียกร้องว่า จับเด็ก 15 ขวบ ขัง ไม่ให้เรียนหนังสือ) แล้วมันก็จะฟ้องไปทาง UN จนไอ้กันขนทหารเข้ามาควบคุมประเทศ อันตรายมากที่จะเกิดวิกฤตแบบ Hong-Kong ตอนนี้ก็เตรียมย้อนอดีตไปสมัยช่วงสงครามเวียดนาม ที่ไทยเรายอมให้ US เข้ามาตั้งฐานทัพในไทยเพื่อประจัญหน้ากับจีน ก่อนหน้านี้ US ก็ทำสำเร็จแล้วที่ ฟิลิปปินส์ ได้ลูกชายของอดีตปธน.มาร์คอส ขึ้นมา และทันทีก็หันไปซบอเมริกายอมให้ใช้ฐานทัพเพื่อเผชิญหน้ากับจีน และก็ไม่ผิดคาดแต่อย่างใดที่การเลือกตั้งในไทยก็ได้พรรคที่มีแนวโน้มโปร US ขึ้นมาเพราะเขาได้วางแผนการในการใช้สื่อเกลี้ยกล่อมและ convince คนรุ่นใหม่จนประสบผลสำเร็จ ด้วย keywords คำว่า “ประชาธิปไตย” “ยกเลิก ม.112” “ความเหลื่อมล้ำในสังคม” ”นายทุนผูกขาด” มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว รัฐบาลฝ่ายขวาที่อนุรักษ์นิยมทำอะไรไม่ได้เลย เพราะยุทธศาสตร์การเมืองยุคใหม่คือ ใครครองหรือครอบงำสื่อโซเชียลได้ ผู้นั้นครองโลก ! ก็ไม่ต่างจากสมัยยุคล่าอาณานิคม ที่มีคำพูดว่า ใครครองน่านน้ำคนนั้นครองโลก หรือที่เรียกกันว่า “การทูตเรือปืน” ( Gunship Diplomacy) สมัยนั้นเราต้องเสียดินแดนไแก็เพราะยุทธศาสตร์แบบนี้ พอยุคสงครามเย็นก็ใครครองอวกาศผู้นั้นครองโลก พอมายุคนี้ใครครอบครองสื่อโซเชียล หรือ สื่อออนไลน์ได้ ผู้นั้นก็ครอบงำโลกได้เช่นกัน ผมเชื่อว่าเด็กรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางแบบนี้เลย พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า กลุ่มทุนสามานต์ต่างชาติที่เป็นนอมินีให้กับ US นั้นมีหุ้นใหญ่อยู่ใน FB Twitter และเดี๋ยวนี้ลงไปถึง Netflix / HBO เป็นต้น จึงไม่น่าแปลกใจที่หนังทุกเรื่องหากมีพากย์ไทยจะถูกสอดแทรกเรื่องการเมืองลงไปเท่าที่เขาจะสอดแทรกได้เพื่อสร้างความรู้สึกร่วมกับคนรุ่นใหม่ให้เกิดความต้องการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในไทยให้ได้ ผมอยู่ที่ Film Board ได้รับรู้อะไรเยอะมากครับว่าพวกเขาทำกันยังไง ไม่เว้นแม้แต่ในบริษัทผลิตยาและวัคซีนมหาเทพ ก็มีกลุ่มทุนสามานย์ นอมินีของ US ถือหุ้นอยู่ คงจำกันได้ที่วัคซีนมหาเทพที่ถูกปั่นในหมู่ศิลปิน ดารา นักร้อง นางงาม เซ็เล็บ แล้วก็ด่าจีนเรื่องวัคซีนน้ำเกลือ วัคซีนเซินเจิ้น ไม่เว้นแม้แต่การดูถูกวัคซีน AZ ที่ไทยเราผลิตได้ในประเทศก็กลายเป็นประเด็นกระทบถึงสถาบัน นั่นคือผลงานของการปั่นจากผู้ที่ครอบงำสื่อได้ เรื่องนี้มิใช่เรื่องเล่นๆ เพราะคงวางแผนลงไปทุกอณูของสื่อ ไม่เว้นแ้แต่การ์ตูนอานิเมะ เพจหมาแมว สัตว์เลี้ยง กีฬาสีเด็กประถม/มัธยมนยังมีเดินขบวนล้อการเมืองเลย ยังจำภาพเด็กมัธยม รร.แห่งหนึ่งใน จ.อุดร ถือป้ายในงานกีฬาสีเขียนชื่อป้ายประเทศว่า Repuplic of Thailand ! เดิม US เคยเกือบทำสำเร็จใน Hong Kong แต่จีนไม่ยอมง่ายๆ จีนใช้ไม้แข็งเพราะเป็นเผด็จการคอมมิวนิสต์ จึงคุม Hong Kong ได้ในที่สุด แต่ตอนนี้ US ประสบความสำเร็จแล้วที่ฟิลิปปินส์ และไทย ผมมองเห็นอนาคตว่าเราจะถูกผลักให้จำเป็นต้องเลือกข้าง US ซึ่งตรงนี้จะมีความน่ากลัวเพราะจีนเองก็คงไม่ยอม และไทยเราอาจกลายเป็นสนามประลองกำลังของมหาอำนาจในที่สุด ยิ่งตอนนี้เสถียรภาพทางการเงินของ US อยู่ในขั้นวิกฤต อาจผิดสัญญาชำะหนี้ต่างชาติได้ (ญี่ปุ่นและจีนเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่) ทางเดียวที่อาจจะช่วย US ได้คือ คือการทำ Trade War Business ! พวกผมเคยผ่านและเคยได้เห็นสภาพตอนที่เราต้องยอมให้ US เข้ามาตั้งฐานทัพในไทยถึง 7 แห่งในช่วงสงครามเวียดนามมาแล้ว แต่เด็กรุ่นใหม่ไม่เคยรู้ ไม่เคยศึกษา อิทธิพลของสหรัฐฯที่ทิ้งไว้ก็คือวัฒนธรรมแบบแยงกี้ บาร์เบีย / เมียเช่า / อะโกโก้ โชว์ลามก นั่นคือจุดเปลี่ยนทางวัฒนธรรมครั้งใหญ่ของไทย จากเดิมสังคมวัฒนธรรมไทย ที่ผู้หญิงขี้อายรักษักดิ์ศรี ก็กลายเป็นผู้หญิงไทยโดนหมิ่นเกียรติเยอะมากเวลาไปต่างประเทศ เราอาจกลายเป็น สมรภูมิแห่งความขัดแย้งในภูมิภาค เราอาจกลายเป็นแบบยูโกสลาเวีย หรือ เนปาล ยูเครน โมเดล ต่อไปนี้คงคาดเดาลำบาก เพราะทุกอย่างก็เริ่มเข้าเค้าตามแนวทาง New World Order ของ US ไปทุกที พวกผมคงอยู่กันอีกไม่นาน ถึงตอนนั้นก็เป็นความรับผิดชอบของคนที่ออกคะแนนเสียงในวันนี้ว่าคุณต้องเลือกหนทางเดินให้ประเทศไทยให้ได้ อย่าให้อายคนรุ่นเก่าที่เขายอมเสียสละปกป้องประเทศไทยมาได้นะครับ ________ Cr: Fuangrabil Narisroj (นริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา)
    ไม่ระบุชื่อ
     •  3 ปีที่แล้ว
    meter: false